ฉบับร่าง ยังไม่มีผลใช้บังคับ — ยังไม่ได้ระบุชื่อนิติบุคคลผู้ให้บริการ และเอกสารยังไม่ผ่านการตรวจของทนายความ ห้ามใช้อ้างอิงในการเปิดรับชำระเงินจริง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

จัดทำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อธิบายว่าเก็บอะไร ด้วยฐานทางกฎหมายใด เก็บนานเท่าใด และเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิได้อย่างไร

ฉบับที่ 1.0 · มีผลตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2569

1.ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

  • 1.1 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลคือ [ต้องระบุชื่อนิติบุคคลก่อนเปิดใช้งานจริง]
  • 1.2 ช่องทางติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล: [ต้องระบุอีเมลที่มีผู้รับผิดชอบอ่านจริง]
  • 1.3 หากปริมาณและลักษณะการประมวลผลเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 41 ผู้ควบคุมข้อมูลจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและประกาศช่องทางติดต่อไว้ ณ ที่นี้

2.ข้อมูลที่เก็บรวบรวม

  • 2.1 ข้อมูลผู้ขาย: ชื่อหรือชื่อกิจการ อีเมล รหัสบัญชีที่เชื่อมต่อกับ Stripe และประวัติรายการทั้งหมด
  • 2.2 ข้อมูลผู้ซื้อ: อีเมลที่ใช้รับลิงก์และใบเสร็จ สถานะการชำระเงิน เวลาที่กดยืนยัน และเนื้อหาที่แจ้งผ่านแบบฟอร์มแจ้งปัญหา
  • 2.3 ไฟล์และหลักฐานที่ผู้ใช้อัปโหลดเข้ามาประกอบข้อพิพาท
  • 2.4 บันทึกการกระทำที่มีผลทางการเงินทุกรายการพร้อมเวลาที่เกิด (audit log) และบันทึกการส่งอีเมล
  • 2.5 ข้อมูลทางเทคนิคเท่าที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของระบบ เช่น บันทึกการเข้าถึงและข้อผิดพลาดของระบบ
  • 2.6 ระบบไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตามมาตรา 26 และผู้ใช้ไม่ควรส่งข้อมูลดังกล่าวเข้ามาในช่องข้อความใดๆ

3.ข้อมูลการชำระเงิน

  • 3.1 ผู้ควบคุมข้อมูลไม่เคยได้รับ ไม่เคยเห็น และไม่เคยจัดเก็บเลขบัตร รหัสหลังบัตร หรือข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้ซื้อ
  • 3.2 ข้อมูลการชำระเงินอยู่กับ Stripe ซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลของตนเอง และอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของ Stripe
  • 3.3 สิ่งที่ระบบเก็บคือรหัสอ้างอิงของ Stripe จำนวนเงิน และสถานะ เพื่อใช้กระทบยอดและตรวจสอบย้อนหลัง

4.วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย

  • 4.1 เพื่อปฏิบัติตามสัญญาการใช้บริการและดำเนินการเรียกเก็บเงินตามที่ผู้ใช้ร้องขอ — ฐานสัญญา ตามมาตรา 24 (3)
  • 4.2 เพื่อจัดทำและเก็บรักษาหลักฐานว่าใครอนุมัติปล่อยเงินเมื่อใด ซึ่งจำเป็นต่อการระงับข้อพิพาทและการป้องกันการฉ้อโกง — ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (5)
  • 4.3 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมถึงกฎหมายภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ — ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ตามมาตรา 24 (6)
  • 4.4 เพื่อส่งอีเมลแจ้งสถานะรายการและลิงก์ยืนยัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการ มิใช่การตลาด — ฐานสัญญาและฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • 4.5 หากจะใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดหรือวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากข้างต้น จะขอความยินยอมแยกต่างหากก่อน และถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ

5.ผู้ประมวลผลและผู้รับข้อมูล

  • 5.1 Stripe — ประมวลผลการรับชำระเงิน การคืนเงิน และการโอนเงินออก
  • 5.2 ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และฐานข้อมูล — จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล
  • 5.3 ผู้ให้บริการส่งอีเมล — ส่งอีเมลแจ้งเตือนและลิงก์ยืนยัน
  • 5.4 ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้สอบบัญชี และหน่วยงานของรัฐ เท่าที่กฎหมายกำหนดหรือเพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • 5.5 ผู้ควบคุมข้อมูลไม่ขาย ไม่ให้เช่า และไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบุคคลภายนอก

6.การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

  • 6.1 ผู้ประมวลผลบางรายมีที่ตั้งหรือมีการประมวลผลนอกราชอาณาจักร การโอนข้อมูลจึงเกิดขึ้นเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ
  • 6.2 การโอนดังกล่าวอาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 28 วรรคสอง กรณีจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา และดำเนินการภายใต้ข้อสัญญามาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลกับผู้ประมวลผลตามมาตรา 29

7.ระยะเวลาเก็บรักษา

  • 7.1 ข้อมูลรายการค้าและบันทึกทางการเงิน เก็บไว้ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่ธุรกรรมเสร็จสิ้น เพื่อให้สอดคล้องกับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหน้าที่เก็บเอกสารตามกฎหมายภาษีอากร
  • 7.2 บันทึกการกระทำที่มีผลทางการเงินและบันทึกการยืนยัน เก็บไว้ตามระยะเวลาเดียวกับข้อ 7.1 เนื่องจากเป็นหลักฐานหลักในการระงับข้อพิพาท
  • 7.3 ไฟล์หลักฐานประกอบข้อพิพาท เก็บไว้ 2 ปีนับแต่ข้อพิพาทถึงที่สุด เว้นแต่ยังมีคดีค้างพิจารณา
  • 7.4 บันทึกทางเทคนิคเพื่อความปลอดภัย เก็บไว้ไม่เกิน 90 วัน
  • 7.5 เมื่อพ้นกำหนด ข้อมูลจะถูกลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

8.สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  • 8.1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล (มาตรา 30)
  • 8.2 สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น (มาตรา 31)
  • 8.3 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล (มาตรา 32)
  • 8.4 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (มาตรา 33)
  • 8.5 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (มาตรา 34)
  • 8.6 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน (มาตรา 35)
  • 8.7 สิทธิถอนความยินยอมในกรณีที่ประมวลผลโดยอาศัยฐานความยินยอม (มาตรา 19 วรรคห้า)
  • 8.8 การใช้สิทธิตามข้อ 8.4 และ 8.5 อาจถูกจำกัดในส่วนที่ผู้ควบคุมข้อมูลมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาตามกฎหมาย หรือจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งเหตุผลเป็นหนังสือ
  • 8.9 ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการตามคำขอภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
  • 8.10 เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากเห็นว่าการประมวลผลไม่ชอบด้วยกฎหมาย

9.มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

  • 9.1 จำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่
  • 9.2 เข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่ง และแยกเก็บความลับของระบบออกจากซอร์สโค้ด
  • 9.3 บันทึกการกระทำที่มีผลทางการเงินทุกรายการเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
  • 9.4 ทบทวนมาตรการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบที่มีนัยสำคัญ

10.การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

  • 10.1 เมื่อทราบเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เท่าที่สามารถกระทำได้ ตามมาตรา 37 (4)
  • 10.2 หากเหตุดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล จะแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้า

11.ผู้เยาว์

  • 11.1 บริการนี้มุ่งให้ใช้โดยผู้บรรลุนิติภาวะ
  • 11.2 หากผู้ใช้เป็นผู้เยาว์ การทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการประมวลผลข้อมูลเป็นไปตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

12.การแก้ไขนโยบาย

  • 12.1 นโยบายนี้อาจแก้ไขได้ โดยจะประกาศฉบับที่แก้ไขพร้อมวันที่มีผลไว้บนหน้านี้
  • 12.2 การแก้ไขที่กระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ จะแจ้งล่วงหน้าตามสมควร